ทักทายกันหน่อย

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่เวบไซต์ Thai ebaY Articles ผมตั้งใจทำเวบนี้ขึ้นมาเพื่อรวมรวบสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับอีเบย์ให้อ่านง่ายขึ้นครับ ... ขอบคุณครับ

13 สิงหาคม 2554

ประสบการณ์ พ่อค้าหน้าใหม่ ขายใน eBay มา 6 เดือนแล้วคร๊าบ..


eBay ผมว่าน้อยคนที่จะไม่รู้จักนะครับ ถ้ายังไม่รู้จัก อ่านผมเล่า แล้วจะรู้จักแน่นอน ง่ะ แน่ละเซ่ะ
ตลาด ค้าขายออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่มโหฬารบานตะไทนึกไรได้มาหาก็เจอนะเธอ แถมราคาก็ถูกกว่าท้องตลาด ตามมอลอีกตะหาก แต่ต้องนั่งหาๆ นั่งดูกันนานนิดส์

ใคร ๆก็อยากขายของบนอีเบย์ คนที่ยังไม่เคยลองขายก็จะคิดว่าง่าย ๆละม้าง มีของ ลงรูป ประกาศ เด้วก็มีคนมาซื้อ กับคนส่วนนึงก็คิดว่า มันจะขายได้หรอฟร่ะ
เปิด ไปดูของมากมาย คนขายเยอะแยะ ราคาก็แข่งกันน่าดู อ่ะๆ ไม่ลองก็ไม่รู้ครับ เค้าขายกันได้ ไมเราจะขายไม่ได้ละ ตัวผมเองอาจจะโชคดีที่ว่าของที่เอามาขาย

มันเป็นของที่คู่แข่งน้อย หาไม่ค่อยได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่หลักการทั่วไปในการขาย มันก็ประมาณนี้ที่ผมจะมาเขียนเล่านี่หร่ะครับ



อี เบย์นี่รู้จักชื่อมานานตั้งแต่อยู่ไทย จำไม่ได้แล้วว่ากี่ปีมาแล้วแต่รู้ว่านานมากๆๆ เคยคิดเล่นๆว่า อยากจะหาของมาขาย แต่สำคัญที่สุดคือ จะหาไรมาขายดีฟ่ะ ไม่ลองก็ไม่รู้ ลองซะ แห่ะ ๆ ผลคือ ไม่ออกเลยซักชิ้น คนแทบจะไม่คลิกมาดู งั้นตรูไม่ทำแล้ว ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย ไม่สนหรอก แต่ใจลึก ๆ ไมหว่าๆๆ อยากขายได้ อยากมีตังค์ใช้ ไม่อยากทำงานบริษัท เบื่อ ๆ งานประจำเบื่อๆๆ

สุดท้ายก็ท้อแท้ อดทนทำงานประจำไป 3 ปีให้หลัง ไรวะ ไม่ลองใหม่เหรอ เอ้า จะลอง ๆ อีกที ก็ได้มาอยู่เมกาซะก่อน จบข่าว

ขนาด มาถึงเมกา ยังจะคิดอีก จะหาของไทยให้ญาติส่งแพคมาขายในอีเบย์ เฮ้อ คิดไปได้ เลิกคิดอีก ไม่ทำมันแล้ว แล้วอยู่ดี ๆก็มีคนเสนอมาว่า จะให้ช่วยขายของออนไลน์ ส่งของ ก็งง ๆ เว็บไหนยังไง

ไปคุยก็ได้อ่อ อีเบย์นี่เอง เห้ยย มันกลับมาอีกแล้วหรอ แล้วจะขายได้หรอ อังกฤษก็แสนห่วย มาอยู่นี่ พูดก็ไม่เป็น ฟังก็ไม่ค่อยรุ้เรื่อง พูดทีฝรั่ง งง แต่อ่านเขียนก็พอไปวัดไปวาได้ เอาฟร่ะ คนเสนอคือเจ้าของร้านก็เต็มใจยินดีช่วยเหลือให้คำแนะนำ

ของที่ผมมา ขายก็ไม่ได้สต๊อคก่อนเลย เหมือนจับเสือมือเปล่า เอาของมา ถ่ายรูปทะยอยลง เริ่มเมื่อกลางเดือน ธันวานี่เอง ลงไปประมาณ 30 ชิ้นได้ ข้อตกลงกะเจ้าของร้านก็คือแบ่งเปอร์เซ็นต์ตามราคาขาย โดยเจ้าของจะระบุราคามาให้

พูดง่าย ๆคือ ให้ผม 40% ของชิ้นนึงราคา 100 ขายได้แล้วอาทิตย์นึงก็ไปเคลียร์เงินจ่ายเค้า 60 ผมได้ 40 ขายได้กี่ชิ้นกี่ราคาก็ว่ากันไป ก็ประมาณผมเป็นลูกน้องเค้า ประมาณว่าเค้าขายดีมากจนขายไม่ทัน ให้เรามาช่วยปล่อยของขาย (ซึ่งตอนหลังเข้าใจในระบบอีเบย์ เลย ถึงบางอ้อ ว่า เพระาอะไร ถึงหาคนมาช่วยขาย ตามอ่านต่อไปเรื่อย น่ะครับ )

เมืองผมอยู่ เป็นเมืองทหาร แม่ก็รู้จักกับป้าคนนึง ได้สามีเป็นชาวอินเดีย อายุรุ่นเดียวกะผม แต่ป้าแก 60 ก่า ๆแล้ว แต่ไม่ใช่ประเด็น

ก็ ไปเจรจาตกลงกันที่ร้านเค้า จริงๆ ร้านนี้อยู่หน้าค่ายทหารเลย ป้าแกเซ้งต่อให้กะสามีแกคนอินเดียนี้ เพราะเริ่มมาเมกาสองปีที่แล้วเอง ไม่มีงานทำ มาจากอินเดียก็ไปเป็นลูกจ้างจัดของในร้านขายของทหารนี้แหละ

จน เจ้าของร้านเค้าตะเวณขายตามตลาดนัดด้วย ขับรถขายไปเรื่อยๆ จนไว้ใจให้สามีแกเฝ้าร้านดูแลจัดการ จนถามว่าสนใจจะเซ้งร้านต่อไหม แกจะย้ายไปอยู่รัฐอื่น ก็ได้ร้านนี้มา ดิวไว้หมดแล้ว ของที่ส่งมาจากบริษัท ขายดิบขายดี จนหาคนมาช่วยขาย หลายคน รวมถึงผม ที่ได้เข้ามาร่วมขาย

เล่ามาถึงตรงนี้ อาจจะมีคำถามว่า แล้วถ้าไม่รุ้จักใครเลย จะขายอะไร ทำยังไง

ขอจับประเด็นตรงนี้ก่อนครับ คำถามแรกที่คนส่วนใหญ่ถามคือ จะขายอะไรดีในอีเบย์ ???

คำ ถามมันดูง่ายมาก ๆ แต่ตอบยากกกกที่สุด ถ้าใครเคยซื้อของในอีเบย์จะรู้ดีว่า ของโคตะระเยอะมากมายมหาศาล ค้นหาอะไรเจอแทบหมดทุกสิ่งอย่าง

ถามพวกมืออาชีพก็ได้คำตอบแนวเดียวคือ ไม่ชัดเจน รู้แต่ว่า ให้ลองทดสอบมาขายดู เริ่มจาก

1 ของเก่าในบ้านนี้หร่ะ เสื้อผ้า ของใช้ลูก ของเก่า เอามาปัดฝุ่น ขัดสีฉวีวรรณให้ดูดีมีราคาขึ้นมาหน่อย กล้องดิจิตอลถ่ายชัด ๆ ซักตัว หรือมือถือก็ได้ เด้วนี้ถ่ายง่ายสบายๆ ชัดแจ่ม เอาตัวผมเองที่เคยซื้อของในอีเบย์บ่อย ๆ จะชอบซื้อกับคนขายที่ถ่ายชัดเจน ทุกมุม ป้ายยี่ห้อ ป้ายไซส์ ถ่ายให้ชัดหลายๆ รูป ไม่ใช่มีรูปสองรูป

เทคนิคอีกย่างคือ จัดวาง ฉากหลัง ให้สวยงามดูดี เท่านี้ก็ได้รูปสวย ๆ กับของเก่าที่น่าซื้อแล้วครับ

2 หาของอีกวิธีก็คือ ตามห้างที่มีการเซลลดสนั่นหั่นราคากันเยอะ ๆ สาวนักช๊อปไม่น่าจะพลาด ที่ได้เปรียบก็คือ ที่อมเริกา ซื้อแล้วมันคืนเงินได้นะเธอ คนที่ไทยยังแอบอิจฉา คุยกับพี่คนนึงอยุ่เมกานี้หร่ะครับ ทำงานในห้าง พี่เค้าบอกช่วยห้างเอาของมาปล่อยขาย ก็บอกขายได้ดี ขายไม่ได้ ก็ไปคืนเงิน เป็นการทดสอบตลาดจับทางในอีเบย์

3. วิธีของผม ก็คือ ไปติดต่อคนขายตามร้านค้า ตลาดนัดที่เค้ายังไม่เคยขายออนไลน์ แล้วขอแบงค์เปอร์เซ็นต์ ลองๆ ไปเดินดูตามตลาดนัด ดูสินค้าที่เราชอบ เราถนัด และสนใจอยากลองขายดู ติดต่อถามดูว่า ได้ลงขายออนไลน์ไหม ถ้ายังไม่มี ก็ติดต่อดูเลยครับ เอาแบบผมก็ได้ ขอ 40% ถ้าไม่ได้ ก็ 30% อย่าต่ำกว่านี้ เพระาไม่งั้นจะเหนื่อยเปล่า ๆเพราะมันยังมีค่าธรรมเนียมอีเบย์ ที่หักจากเราคนขายอีกเยอะครับ

4. เว็บขายส่งของเมืองจีน วิธีนี้อย่าหวังของแบรนด์เนมนะครับ ไม่มีหรอก พี่จีนเค้าโด่งดังเรื่องก๊อปปี้มากมาย แล้วกฎอีเบย์ก็ห้ามขายของก๊อปปี้ด้วย

เว็บที่ผมเคยซื้ออยู่ก็คือ http://www.dhgate.com จะเป็นเว็บคล้ายอีเบย์ แต่เน้นขายส่งทั่วโลก โดยเฉพาะส่ง EMS มาอเมริกา ฟรี!! ทีแรกผมก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พอได้รู้มาบ้างว่าจีนเข้าเน้น ส่งสินค้าออก ไปรษณีญ์จีนเลยค่อนข้างถูก ส่งฟรีให้ชาวเมกันซะเลย ใครทุนเยอะ ก็ซื้อราคาส่งมา ขายปลีกในอีเบย์ ก็สบายไปครับ สังเกตุดูพวก พวกหมวดอิเล็คโทรนิกส์ สายเอวี ยูเอสบีต่าง ๆ china ทั้งนั้น



จะเริ่มขายอีเบย์ ต้องเตรียมอะไรบ้าง???

1.เปิดบัญชี ebay สมัครที่ https://scgi.ebay.com/ws/eBayISAPI.dll?RegisterEnterInfo

โดยกรอก ชื่อ นามสกุล ตั้งรหัสผ่านยากๆหน่อย วันเดือน ปีเกิด ที่อยู่ กรอกข้อมูลต้องความจริงหมดครับ

2. เปิดบัญชี paypal http://www.paypal.com เลือกสมัครแบบ Premier
โดยจะต้องมีบัตรเครดิตเป็นชื่อของตัวเองซักใบ เพราะต้องใช้กรอกสมัครใน paypal เพื่อยืนยันตัวตน วิธีสมัครก็ไม่ยุ่งยากครับ

ผมมีลิงค์วิธีสมัครแบบเป็นวีดีโอมาให้ด้วย http://www.adwords-eclass.com/resources/eClass/paypal/

หลัง จากสมัคร ebay, paypal เรียบร้อย ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่า คุณเบย์ ไม่เรียกอี ไม่ไพเราะ อิ เค้าไปควบกิจการกะเพพาวแล้ว ก็แหงหร่ะครับ รวยอื้อซ่าซะขนาดนี้ วัน ๆไม่ต้องทำไร

กินค่าธรรมเนียมคนขายอย่าง เดียว วันนึง ๆ ได้กี่หมื่นกี่แสนดอลหร่ะ ผมเห็นค่าธรรมเนียมบิลลิิ่งแต่ละเดือนที่โดนหักจากเพพาว แล้วเสียดายยยยยย เดือนที่แล้วเกือบพันดอล

มาดูหน้าตาเมนูข้างในอีเบย์กันดีก่า








บน สุด ขอเบลอๆไว้นะครับ ชื่อล๊อกอิน ส่วนต่อท้ายชื่อนั้น เป็น จำนวน feedback พร้อมกะดาวแสดงว่าได้เยอะ โปรขนาดไหนมีระดับขั้นอยู่ครับ
การซื้อขายในอีเบย์ จะใช้การวัด fb ความน่าเชื่อถือ ความพอใจของผู้ซื้อ เป็นสิ่งสำคัญมากๆ

อ้าว แล้วถ้าเพิ่งสมัครใหม่ ๆซิง ๆเลยหร่ะ ก็ 0 น่ะจิ ใช่แว้ว แต่ไม่มีปัญหา เราอาศัยวิธี เป็นคนซื้อที่ดีก่อน ซื้อของเล็ๆน้อย ๆในอีเบย์ รีบชำระเงิน
คนขายก็จะมาให้ fb กะเราเองว่าเป็นคนซื้อที่เยี่ยมมากมาย โอนเงินเร็วไม่มีปัญหา

แต่ ต้องระวังให้ดี ๆครับ ซื้อของในอีเบย์ ต้องดู fb คนขายให้ดีๆ ก่อน มีfb ซัก 30 ขึ้น ไม่มีประวัติโดนลูกค้าด่ามาก ส่งของไว ก็ค่อนข้างไว้ใจได้เลย
แต่ไม่ต้องกลัวมากเกินไปครับ คุณเบย์เค้ามีการ protect ผู้ซื้อที่ดีเยี่ยม ยึดหลักที่ว่า ลูกค้าคือพระเจ้าโคตะระปกป้องครับ

จน เด้วนี้ คนขายเอือมระอา เพราะคนซื้อก็จ้องจะมาโกงคนขาย ด้วยการอ้างว่าไม่ได้รับของ แล้วดึงเงินคืนให้ลูกค้าอย่างไว อ่ะแต่ไม่ต้องกลัวเกินไปครับ
ถ้าเราจะมาค้าขายมันไม่เสมอไปว่าจะมาโกงคนขายดี ๆอย่างเราได้เสมอไป ผมมีประสบการณ์ตรงเลยครับ





ต่อ ไปก็ด้านซ้ายเป็นยอดขายของเดือนนี้ครับ เลือกได้ว่าดูเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน หรือ ย้อนหลัง 60 วัน ด้านขวาก็เป็นรายการลิสที่เราลงของขาย





ต่อ มาด้วย top rate seller กับ power seller โลโก้ตรงนี้หร่ะ ที่ผู้ขายในอีคุณเบย์ต้องการครับ ผู้ซื้อเห็นจะมั่นใจในผุ้ขายว่า ของดีมีคุณภาพ ส่งไวได้ใจ
บริการดีเลิศประเสริฐศรี แห่ะ ๆเวอร์ไปหร่ะ ก็วัดจาก fb ที่ลูกค้าให้ จำนวนยอดขายในแต่ละเดือน เคสที่ลูกค้ามีปัญหากับเรา การแก้ปัญหา จะมีการวัดคุณภาพทุกเดือนครับ

เดือนนี้ยอดขายผมตก ปกติ power seller เป็น silver โดนลดระดับเป็น ทองแดงแล้ว ต้องลุ้นเดือนหน้าว่าจะหลุดจาก power seller กะ top seller หรือป่าวน่ะครับ

ถ้าหลุดไปก็อดได้ ส่วนลดค่าธรรมเนียม 20% เด้วจะบอกต่อไปครับว่าคุณเบย์มันหักค่าธรรมเนียมเท่าไหร่อย่างไรบ้าง เยอะน่าดู





หน้า selling manager ตัวจัดการ เป็น app ฟรีที่อีเบย์ให้ใช้จัดการบริหารการขายครับ จะแสดงข้อมุลต่าง ๆค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว





หน้า feedback ตรงตัวเลข feedback ผู้ชื้อและผู้ขาย กดเข้าไปอ่านของกันและกันได้ครับ ดูของผมซิครับ เวลาท้อ ๆเหนื่อยๆ เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ มาอ่านที่ลูกค้าชม ก็ยิ้มแก้มปริ ฮึดสู้ได้อีก

พยายามรักษาคุณภาพ ในการส่งของไว ค่าส่งไม่แพงไป ตอบคำถามรวดเร็ว fb ที่ดี ๆ ลูกค้าประทับใจก็ดีแน่นอนครับ





มาถึงส่วน message จะคล้าย ๆกับอีเมลล์ ไว้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และคุณเบย์ เวลามีข้อความเข้ามา ก็จะแจ้งมาทางอีเมลล์ด้วย
ที่สำคัญคือ อย่าพยายามพูดคุยติดต่อกับลูกค้าทางอีเมลล์โดยตรง ให้ติดต่อทาง message แทน

เพราะหากเจอเคสมีปัญหากับลูกค้า อีเบย์และเพพาวจะดูการโต้ตอบทาง message เป็นหลัก จะไม่สนใจการโต้ตอบทางอีเมลล์โดยตรงครับ



eBay คิดค่าธรรมเนียมวางขายของอย่างไง???

ค่าธรรมเนียมก็เหมือนค่าเช่าที่เปิดร้านขายของ รายละเอียดทั้งหมดตามลิงค์นี้ครับ http://pages.ebay.com/help/sell/fees.html

นำรูปมาเป็นตัวอย่างแค่ที่สำคัญ ๆ ละกันครับ








แบบ auction คือการประมูลแข่งกันนั่นเอง ตารางบนแรก ก็คือ เสียก่อนเลย จะขายได้ไม่ได้ ไม่รู้ กรูคิดตังค์ก่อนหร่ะ ตามเรทราคาเริ่มต้นที่เรา ใส่ราคาสินค้า แบบนี้ เมื่อก่อนนะครับ

แต่ เด้วนี้ เพิ่งปรับปรุงใหม่ จะเห็นว่า ฟรี! ค่าธรรมเนียม 50 รายการต่อเดือน รายการ 51 ก็จะเริ่มคิดค่าธรรมเนียมวางของขาย แอบใจดีนะเนี้ย นี่หร่ะ ครับ มือใหม่ ๆ ลงขายก็ไม่เสียอะไรเลย รีบจัดด่วน

ตาราง ถัดมาคือ ขายได้แว้ว ก็เสียค่าธรรมเนียมให้คุณเบย์ซะดี ๆ มามะ ๆจ่ายมาๆ หัก 9% จากราคาสุดท้ายที่คนซื้อประมูลชนะ ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมอะไรเลย
รู้ว่าหักเท่านี้แล้ว คงจะพอ+- คูณหารได้นะครับว่า จะได้กำไรกันเท่าไหร่

เอ๊ะ มีคำถามอีกแล้ว แล้วจะเริ่มตั้งราคาเท่าไหร่ในการประมูลหร่ะ ? ผมก็เคยคิด เอาเป็นว่าถ้าของที่จะเอามาขาย หายาก หาไม่ได้ตามท้องตลาด หรือเป็นของสะสม มีคุณค่าทางจิดใจมากมาย

ตั้งราคาไปตามใจที่อยาก ขายเลยครับ ใครอยากได้ ก็มาแข่งกันเลย สุ้กันให้ตายไปข้างนึง มันจะลุ้นตอน 5นาทีสุดท้ายนี่หร่ะคับ ราคาวิ่งนาดูเชียว ผมเคยไปประมูลของชิ้นนึง โอ้ย มือไม้สั่น

แต่ต้องตั้งสติให้ดี ๆคับ อย่าเอาอารมณ์อยากชนะมาเยอะ เด้วจะน้ำตาซึมตอนจ่ายกะตังค์ อิ




แบบ fix price คือ กำหนดราคาขายเลย ตารางแรก เสียค่าวางของขาย 0.50 ทุกประเภทสินค้า เอากันไปเน้น ๆจะ ๆ รับไปซะอีคุณเบย์ มันดูเหมือนน้อยนะ แต่คนขายเยอะมากมาย วันนึง ๆคุณได้ไปเท่าไหร่นิ แอบหมั่นไส้น่ะครับ เหอๆ รวยจะตายอยู่แล้ว อีคุณเบย์เนี้ย ยังครับ ยังไม่พอ

ตารางต่อไป ขายได้แล้ว จ่ายให้อีคุณเบย์อีก สินค้าผมส่วนใหญ่ในหมวด 2 เสื้อผ้า แว่นตา โดน 12% ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมอะไรเลย สิ้นเดือนทีเห็นบิลที่โดนหักแล้วเสียดายเป็นที่สุด มันจะรวยไปไหนฟร่ะอีคุณเบย์น่ะ หักซัก 5% ไม่ได้ไงอ่ะ





ใน หัวข้อ account ก็จะมีรายการแจ้งค่าธรรมเนียมที่ถูกหัก แยกให้เห็นชัดครับว่า ค่าวางสินค้าเท่าไหร่ หลังขายได้แล้วหักเท่าไหร่ ดูบิลลิ่งย้อนหลังได้หมด ผมโดนเดือนนึง ๆ 7-8 ร้อยทุกเดือน

ขอ เน้นตรงนี้ครับ เมื่อลูกค้ากดซื้อปุ๊บ อีคุณเบย์จะหักค่าธรรมเนียมที่ขายได้ทันที ไวมาก แล้วถ้าลูกค้าไม่ยอมโอนเงินหร่ะ ตามกฎคือต้องเกิน 4 วันจึงเปิดเคสขอเงินคืนค่าธรรมเนียมได้ ถ้าลูกค้าโอนเงินหลังจากเปิดเคสไปแล้วก็จบสิ้นการขาย
แพคของส่งของให้ ลูกค้าได้ หากไม่โอนเงิน ก็ติดต่อลูกค้าถามอีกครั้งว่าจะยกเลิกใช่ไหม ถ้าเงียบหายไม่ติดต่อมาทิ้งระยะอีก 5 วันก็ปิดเคสได้เองเลย


ค่าธรรมเนียมอีคุณเบย์ก้จะโอนคืนเป็นเครดิตเข้ามาตามวงสีน้ำเงินในรูปครับ




รูป นี้เป็นตัวอย่างถ้าหากเกิน 4 วันแล้ว ไม่มีการโอนเงินเข้ามา รูป $ เป็นสีเทาขาว ถ้าโอนเงินมาแล้ว $ จะเป้นสีน้ำเงิน แต่ในรูปผมยังไม่ถึง 4 วัน ก็ยังเปิดเคสไม่ได้ครับ





แล้วก็จัดการ เปิดเคสได้เลย รออีก 5 วัน ยังไม่โอนมาก็ปิดเคสได้รับค่าธรรมเนียมคืนเข้าเครดิต





ขอพักตรงส่วน อีคุณเบย์ แค่นี้ก่อนครับ เด้ววิธีการเข้าไปส่วนเริ่มการใส่ของตั้งราคาถ่ายรูปปยังไง ไว้หลังจากแนะนำ paypal ก่อนละกัน


มาแนะนำ paypal กันบ้าง









หน้า หลักของเพพาวครับ บัญชีเพพาว ก็เปรียบเหมือนบัญชีธนาคารเก็บเงินประเภทนึงครับ เป็นตัวกลางในการรับส่งเงิน ระหว่างประเทศทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกเลยทีเดียวเชียว

ยอดเงิน Balance คือยอดเงินที่ใช้จ่ายซื้อของได้ ถามว่า แล้วจะเอาเงินเข้ามาในบัญชีเพพาวยังไง ก็ง่าย ๆครับ เข้าไปเมนู Add funds จากบัญชีธนาคารที่เราเพิ่มไว้ในเพพาว มันจะไปดึงจากแบงค์เรามา ยอดเงินจะเข้ามา ประมาณ 3 วันทำการครับ หรือ จากเงินที่ลูกค้าโอนมาซื้อสินค้าเราในอีเบย์ ก็จะมาอยุ่ในส่วน Balance

ปกติ ใช้เพพาวจ่ายซื้อสินค้า จะดึงยอดเงินใน Balance ไปจ่ายก่อน ยอดไม่พอก็จะไปดึงเงินจากบัตรเครดิตที่เราเพิ่มไว้เป็นลำดับสอง
หรือเราจะไปเปลียนให้จ่ายด้วยบัตรเครดิตในขั้นตอนการชำระเงิน ให้คนขายก็ได้ครับ

ข้อดีคือ มันปลอดภัยไม่ต้องไปจ่ายด้วยเลขบัตรเครดิตของเรา ใช้เพพาวนี้หร่ะ เป็นตัวกลาง ปลอดภัยหายห่วง

ในส่วนของค่าธรรมเนียมอีคุณเบย์ เราจะสั่งจ่ายออโต้ทุกเดือนตามบิลเรียกเก็บอีเบย์ ในบัญชีอีเบย์ หรือจะมาจ่ายเองก็ได้ครับในเพพาว

แต่ ผมตั้งออโต้ไว้เลย กลัวลืมจ่าย ปกติจะเช็คค่าธรรมเน่ียมอีเบย์เป็นประจำ และจะพยายามไม่ถอนเงินในเพพาวออกมาหมด จะเหลือให้เท่ากับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้อีคุณเบย์เค้าทุกเเดือน




เข้ามาในหัวข้อ profile ก็จะอัพเตด ข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆของเรา





ในส่วน my money นี่หร่ะครับสำคัญ จะมีข้อมูลบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร บัตรเดบิตเพพาว



แยกทีละส่วนละกันครับ


- bank account ส่วนนี้เป็นข้อมูลบัญชีธนาคารของเรา ที่ต้องการถอนเงิน หรือฝากเงินเข้าไปในบัญชีเพพาว

- eBay mastercard ตรงส่วนนี้ ถ้าไม่ได้สมัครบัตรเครดิตของอีเบย์ไว้ ก็จะไม่มีนะครับ ผมลองสมัครดูก็ผ่านแถมให้วงเงินเยอะชะมัดเลย ตัวผมเองไม่เคยมีบัตรเครดิตที่อเมริกามาก่อนเลยครับ

แต่คุณอีเบย์คงเห็นยอดขาย รายได้เยอะ เลยจัดเต็มมาให้ซะ ข้อดีคือ มันใช้ซื้อของผ่านอีเบย์ได้โดยตรง และจ่ายบิลได้ทางเพพาวเลยสะดวกดีมาก

และ ก็ได้ point สะสมเยอะ x2 ถ้าซื้อผ่านเพพาว เติมน้ำมัน ร้านอาหาร x3 ร้านค้าทั่วไปปกติ x1 บัตรก็สีฟ้าสดใสถูกใจเป็นที่สุด ให้วงเงินมาซะจะได้เป็นหนี้เยอะๆ ตั้ง 2 พันดอล



- debit and credit cards ส่วนนี้ไว้จัดการเพิ่ม ลบ บัตรเครดิต หรือ เดบิตวีซ่าของเรา ไว้ใช้จ่ายซื้อของผ่านเพพาวครับ

- paypal debit mastercard บัตรเดบิตนี้ ออกให้โดยเพพาวเอง ให้ลูกค้าเพพาวสะดวกกดเงินผ่านตุ้เอทีเอ็ม หรือไปรูดซื้อของได้
มี cashback ด้วยนะครับ ก่อนจะได้มาก็ต้องกรอกข้อมูลสมัครกันหน่อย



มีการเช็คเครดิตบูโรด้วย ผมขอไปสองรอบไม่ผ่าน เหอๆ รอบสามถึงให้ เพราะเครดิตเริ่มจะมีมาดีบ้าง





มา ถึงส่วนสำคัญเลยทีเดียว อิอิ ถอนเงินคร๊าบพี่น้อง ขายของได้แล้ว เงินก็หลั่งไหลเข้ามา จงมา ๆ ๆทุกวัน ๆ ถอนโล้ดเข้าบัญชีธนาคารที่เราเพิ่มไว้
ไม่เสียค่าธรรมเนียมถอนครับ แต่ต้องรอหน่อย 3 วันทำการเงินถึงจะเข้าบัญชีธนาคาร


จะ ขอเป็นเช็คก็ได้ แต่มีค่าธรรมเนียม หรือจะ ถอนผ่านเดบิตเพพาว ก็ได้ทันที แต่ก็มีค่าธรรมเนียม 1 ดอลต่อครั้ง หรือจะไปใช้รูดซื้อของก็ได้ครับ





Paypal คิดค่าธรรมเนียมยังไง ???


เพพาว คิดค่าธรรมเนียม ที่เรารับเงินจากการขายของในอีเบย์ได้ แบ่งเป็น 2 ข้อครับ

1. คนซื้ออยู่ใน US เพพาวจะหัก 2.9%+ 0.30 จากเงินที่ได้รับ เช่น ขายของราคา 100 + ค่าส่ง 10 รวมยอด 110 โดนหัก 110-2.9% -0.30 = ยอดที่ได้รับ 106.51

2. คนซื้ออยู่นอก US เพพาวจะหัก 3.9%+ 0.30 จากเงินที่ได้รับ เช่น ขายของราคา 100 + ค่าส่ง 10 รวมยอด 110 โดนหัก 110-3.9% -0.30 = ยอดที่ได้รับ 105.41



ขั้นตอนการลงขายของในอีคุณเบย์ แต๊น แตนนน จะอลังการไปไหนเนี้ย

ขอเน้น ๆ ตรงนี้ครับ ถ้าเพิ่งสมัครอีเบย์ ใหม่ ๆซิง ๆ ยังไม่เกิน 90 วัน จะโดน hold เงิน ในเพพาว ถอนไม่ได้ 45 วันครับ เพราะอะไร อีคุณเบย์เค้า ต้องเซฟป้องกันผู้ซื้อ

กลัว ผู้ขายหน้าใหม่ ๆ มาหลอกขาย แล้วไม่ส่งขอให้ลูกค้า โกง หรือ ของไม่ตรงตามที่บอก ตามที่ลงรูปไว้ 45 วันกันเงินไว้ลูกค้าพอใจไม่เรียกร้องขอคืนเงิน ก็ถอนได้

มีคำถาม อีกว่า แล้วสมัครใหม่ ๆ ปุ๊บ ขายได้ทันทีเลยไหม ตอบว่า ได้เลยครับ ก็เป็นไปตามกฎ ถอนเงินไม่ได้ จนกว่าจะครบ 45 วัน สมัครอีเบย์เกิน 90 วัน ก็ถอนเงินเพพาวได้ทันทีตามปกติครับ

พูดกันตรงๆ เลยว่า วงการอีเบย์ จะรู้กันดีว่า US Seller จะมีภาษีดีกว่าประเทศอื่นๆ ก็แหงหร่ครับ อีคุณเบย์เชื้อชาติเมกันแท้ๆ ไม่ให้เครดิตสัญชาติเดียวกันได้ไง คนขายในไทยก็บ่นกันระงมครับ

เวลามีปัญหากับลูกค้า จะโดนตัดสินจากอีเบย์ เพพาว ให้แพ้ตลอด โดนลูกค้าดึงเงินคืนกันเยอะ แถมบอกกันอีกว่า ใช่ว่า Us seller จะได้เปรียบกว่าทีอื่นก็โดนกันเยอะเหมือนกัน เอาจริงๆ แรก ๆ

ผมก็ใจ เสียเหมือนกัน กลัวมากๆ แต่เอาวะ ลุยแล้วจะกลัวไร ค้าขายสุจริต ไม่ได้คิดโกงใคร ลูกค้าหน้าไหนจะมาโกงก็ให้รู้ไปว่า อีเบย์เพพาวจะไปเข้าข้างคนซื้อที่โกง
อาจจะสงสัย คนขายกลัวคนซื้อโกงด้วยหรอ

ใช่ ครับ คนขายดี ๆ กลัวมากมาย โกงยังไง ก็แจ้งอีคุณเบย์ว่า ของไม่ได้รับ ทั้ง ๆที่แทรค ไปรษณีย์ก็แจ้งว่าส่งถึงมือเรียบร้อย อ้างว่า สินค้าไม่ตรงตามรูปตามคำบรรยายที่แจ้งซะงั้น

สีซีด เหมือนใช้แล้ว สารพัด ขอคืนเงิน ดึงเงินคืน โดนทีนึง บัญชีเพพาวจะตัวแดงติดลบตามยอดที่ลูกค้าโกง แจ้งขอคืนเลยครับ เปิดเคส หาหลักฐานมายันกันระหว่างคนขายกะคนซื้อ

อีเบย์เพพาว ตัวกลางก็จะตัดสินคดีว่าใครแพ้ใครชนะ ส่วนใหญ่คนซื้อชนะ ทำไมหรอครับ ก็ ลูกค้าคือพระเจ้า แล้วไง คนขายไม่ใช่หรอ ที่อีคุณเบย์ได้ค่าธรรมเนียมมากมายไป เค้าไม่สนครับ

เพราะยังไงคนขายหน้าใหม่ ๆ ก็เข้ามาทุกวัน คนขายที่อยู่ได้ ต้องอึด อดทน จริง ๆ


เด้ว case study จะเล่าภายหลังครับ ว่าลูกค้าแสบ ๆ มีมาแบบไหน



เริ่มถ่ายรูปสินค้าเราดีกว่า


ผม คิดอยู่เสมอว่า เอาตัวเราเองเป็นคนซื้อ กว่าจะซื้อได้ดูรูปแล้ว ดูอีก เพราะเราจับต้องไม่ได้ ไม่เหมือนในมอล แถมลองได้อีก ในเน็ตนี้ เห็นแต่รูปกับคำบรรยาย

มันต้องใช้ความเชื่อใจของคนขายเป็นสำคัญเลย พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ ยิ่งไม่มีเครดิต ถ่ายชัด ๆ เบ้งๆ ใหญ่ ๆ ไปเลยครับ แต่ไม่ต้องถึงกับใหญ่มากเกินไป

ถ่ายยี่ห้อ แบรนด์ โลโก้ ขนาดไซส์ รายละเอียดต่าง ๆเท่าที่มีทีั้งหมด ลงไป














จัดมุมวาง ให้ดูสวยงาม ดูเป็นมือโปรซักหน่อย :-)









แบบชัด ๆ ว่า ลูกค้าจะได้ตามนี้นะ







แพคเกจ กล่องสินค้า ถ่ายมันชัด ๆ





ถ่ายรูปสินค้าแล้ว จะเก็บไว้ที่ไหน ???


แนะนำที่ http://www.photobucket.com ครับ ผมใช้อยู่ อัพรูปไว โหลดเร็ว ไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่ถ้าถนัดที่อื่นใช้อยู่ก็ตามสะดวกครับ

ที่ นี่ มันสะดวก เลือกหลาย ๆ รูปแล้ว Generate link codes เป็น html มาแปะลง บรรยายรายละเอียดสินค้าได้ง่ายดีครับ ที่อื่นผมคิดว่าน่าจะมีเหมือนกัน










ตาม รูปเห็นป่ะครับ ง่ายนิดเดียว คลิกติ๊กเลือกรูปทั้งหมด คลิก Generate link codes ก็ได้หน้า โค๊ดมา ก๊อปปี้มาทั้งยวงเลย เด้วเอาไปแปะในขั้นตอนด้านล่าง ใส่รูปรายละเอียด ลงสินค้าขายครับ





เริ่มลงสินค้าขายกันได้แล้วววว












เริ่ม เลย ใส่ชื่อสินค้าที่เราจะขาย แล้วกด search ระบบมันจะค้นหาหมวดหมู่ให้เองเลยครับ ง่ายใช่ม้าาา ไม่ต้องมานั่งนึกว่ามันจะอยู่หมวดไหนหว่า





จะ เจอๆๆ แว้ว เลือกเอาตามใจชอบเลย ให้เหมาะเจาะกับของเรา อ่ะ ๆ ถ้าเลือกหลายหมวดที่มันสอดคล้อง ก็จะเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มด้วยนะเออ แต่มันก็เพิ่มโอกาสการขาย ให้ค้นหาเจอได้หลายๆหมวด





title ก็ใส่หัวข้อสินค้าเรา เอาแบบกระชับ ๆ อ่านแล้วรู้ทันทีว่าเป็นอะไร ลองดูที่คนขายเก่ง ๆเค้าลงขายดูแล้วนำมาปรับใช้ครับ
รูปจะใส่ฟรีได้รูปเดียวในหน้าค้นหาครับ เสร็จแล้วก็จะประมาณด้านล่างนี้ครับ


condition คือระบุว่า ของ ใหม่ หรือ used ใช้แล้ว ตรงนี้สำคัญมาก ๆ ครับ ถ้า ระบุเป็นของใหม่ ก็ต้องระบุในรายละเอียด describe ด้วยว่า ใหม่ พร้อมกล่อง หรือแพคเกจ
หรือไม่มีกล่อง ไม่มีแพคเกจ แกะแล้ว เพื่อมาถ่ายรูปอะไรก็ว่ากันไป




title หัวข้อสินค้า เรา กะรูปก็จะอยู่คู่กันแบบนี้ เห็นไหมครับ ว่ามีโลโก้ top seller powerseller มันดียังไง คนซื้อเห็นโลโก้นี้ก็จะมั่นใจเชื่อใจ
คลิกเข้ามาดูของเราก่อนเลย ได้เปรียบกว่าเยอะทีเดียว





มา ต่อหัวข้อ title กับ condition นะครับ ของในส่วน describe บรรยายสรรพคุณสินค้า คลิกตรง html ที่วงสีไว้ ลงรูปทั้งหมดที่ถ่ายไว้ ด้วยการนำ
Generate link codes เป็น html มาจาก photobucket.com มาแปะลง ในช่องนี้





แล้วก็คลิกตรง stand ที่วงไว้ รูปก็จะโผล่ขึ้นมา แล้วก็จัดการพิมพ์บรรยาย ว่าสินค้าเป็นยังไง คุณสมบัติยังไงว่าไป

เงื่อนไข สินค้า ใส่รูปตกแต่งก็ก๊อปมาแปะวาง ถ้ามีฝีมือใช้ photoshop ก็ตกแต่งรูปสวยงามมาแปะๆ จะดูดีมีระดับมากยิ่งขึ้นครับ :) แต่ผมขี้เกียจ

เอา แค่ถ่ายชัด ๆ แปะลง เขียนบรรยายบ้างนิดหน่อย บางคน กลัว ว่าภาษาไม่เก่ง ไม่สำคัญตรงนี้ครับ เอาแค่อ่านเข้าใจพอแล้วครับ อาศัยดูคนขายอื่นๆ ในสินค้าใกล้ๆ กับเรา

มาประยุกต์ ก๊อปมาบ้างตัดแต่งบ้าง เชื่อผมเถอะครับ ขายไปบ่อย ๆ มีประสบการณ์จะเก่งเองแน่นอนครับ





ไล่ ลงมาก็ จะเลือกระหว่าง online auction หรือ fix price ค่าธรรมเนียมก็ตามที่ผมแปะไว้ด้านบน ถไลเมาส์ ไปดูอีกรอบได้ครับ หรือจะคลิกดูในหน้าลงขายสินค้าตามในรูปก็ได้

starting price ก็ใส่ราคาเริ่มต้นประมูล เอ๊ะๆ มีข้างๆ buy it now price ด้วย อยากควบเลยก็จัดไปได้ครับ จะมีทั้งประมูล หรือ ให้ซื้อได้ทันทีเลย สำหรับลูกค้าใจร้อน กดซื้อเลย

ไม่อยากแข่งราคากะใคร แต่ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมวางของในส่วน fix ราคาด้วยนะครับ





ในส่วน fixed price ระบุราคาขายทันที ก็ตั้งราคาที่เรา + - คูณหาร ตามต้นทุนที่เราคำนวณจากค่าธรรมเนียมอีคุณเบย์กะเพพาวที่จะโดนหัก


คิดง่าย ๆ เช่นผม ขาย หมวดเสื้อผ้า โดนหัก 12% + เพพาวหักอีก เอาเลขกลมๆ เป็น 20% เราจะเอากำไรเท่าไหร่ก็บวกไปครับ ซัก 20%

ทุนสินค้ามา 100 + ตั้งกำไรไว้ 20% เป็น 120 + 20% ค่าธรรมเนียมที่จะถูกหัก จะได้ราคาขายประมาณ 144

ส่วน การตั้งราคานี้มันไม่ตายตัวนะครับ ผันไปตามคู่แข่ง ต้นทุนที่ได้มา กำไรที่ตั้งไว้ จะเน้นเอาจำนวนขายเยอะ กำไรน้อย ก็แล้วแต่สินค้า

พอมีประสบการณ์ขายไปเรื่อย ๆ ก็จะจับทางได้เองว่าราคาเราต่ำไปหรือสูงไปน่ะครับ

พ่อค้าแม่ค้าเห็น ชอบตั้งกันประมาณนี้ 29.99 59.99 99.99 มันเป็นหลักจิตวิทยา เอ๊ะ ดูมันไม่แพง





มาถึงการรับเงินด้วย paypal ในส่วนแอคเค้าเพพาว มันจะไปดึงจากที่เราตั้งค่าเริ่มต้นไว้ในหัวข้อ account บัญชีอีเบย์แล้วครับ

ตรง ส่วน shipping มีสองส่วน US. กับ International shipping แนะนำว่า มือใหม่เริ่มขาย ขายเฉพาะใน US ดูก่อนครับ เริ่มคล่องค่อยขยับขยาย
โกอินเตอร์ ส่งออกทั่วโลก แต่ใครจะโกอินเตอร์เลยก็ไม่ว่ากันครับ

Handling time คือระยะเวลาการจัดส่ง 1 business day คือหลังจากได้รับชำระเงินมาจากลูกค้า ก็ส่งของวันรุ่งขึ้นเลยทันที ส่งไว ลูกค้าได้รับของไวก็ได้ fb ที่ดีครับ

การตั้งราคาค่าส่ง shiping cost เด้วจะไปว่ากันในหัวข้อ shipping แล้วกันนะครับ กล่องแบบไหน จ่ายค่าไปรษณีย์ยังไง ส่งกันแบบไหน





ในส่วน return แนะนำตามประสบการณ์ ไม่รับคืนเปลียนสินค้าทุกกรณีครับ ปัญหาจุกจิกเยอะ กะลูกค้า ขายแล้วขายเลย ไม่รับคืนเงิน คืนของ

ยก เว้นของมีปัญหาระหว่างขนส่ง ผมเคยเจอครับ ลูกค้าแจ้งมา ก็ยอมให้ส่งกลับมาแล้วก็โอนเเงิน refund คืนไปทางเพพาว ลูกค้าก็ประทับใจครับ

ตรงส่วนสุดท้าย your fees so far คือค่าธรรมเนียมที่เราจะเสีย ในการลงขายสินค้าครับ





มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วจ้าาาา อย่าเพิ่งเบื่อกันนะก๊าบ ได้เวลาของจะออนไลน์ อวดสายตาประชาชีกันแว้วว


หน้า นี้ก็จะรีวิว ให้ดูว่า เสียค่าธรรมเนียมเบ็ดเสร็จเท่าไหร่ final value fees หลังจากขายได้แล้วโดนหักเท่าไหร่นะตัวเธอ แหม รีบบอกก่อนเลยนะ อีคุณเบย์


ตรงช่องติ๊ก ก็เลือกได้ว่าจะ save listing รูปแบบนี้ไว้หรือเปล่า ครั้งหน้าจะลงขายใหม่ก็ไม่ต้องเสียเวลามาใส่รายละเอียดไรมากมายแล้ว ถ้าเป็นของแนวๆ เดิม หรือเป็นแนวอื่น

ก็แค่เปลียนชื่อสินค้า เปลียนนหมวด ใส่รูปภาพใหม่ ลดขั้นตอนลงไปได้เยอะทีเดียวเชียวนะ

จะกด preview ดูก่อน หรือ edit แก้ไขอีกรอบก็ได้ เรียบร้อยแล้วก็กด list your item ได้เลย เสร็จแล้วว






เอ๊ะ แล้วถ้าอยากแก้ไข ราคา รูปภาพ รายละเอียดสินค้าหร่ะ ทำไง ไม่ยากๆครับ แก้ได้ ตามรูปเลย

คลิก revise เข้าไปหน้าเดิมที่ลงรายละเอียดต่าง ๆได้ทันทีครับ





ลูกค้าสั่งออเดอร์เข้ามา ขายของออกแว้วว


วัน แรกที่ลงขายของ ค่ำ ๆมีลูกค้ารายแรกมากดซื้อ โอ้ยยย ดีใจมากมายขายได้แล้วเว้ยยยย อิอิ ก็ยังงง ว่าทำไงต่อนิ เคยรุ้มาแต่ว่า ในอีคุณเบย์นี้มันสั่งพิมพ์ ออกกระดาษแปะแพคส่งของได้เลย

แบบจ่ายเงินออนไลน์ โดยหักค่าไปรษณีย์ทางเพพาวไป ก็กลัวผิด ยังไม่มั่นใจเลยครับ แต่ก็ทำไปตามขั้นตอน











รายการ ในหน้า sold ที่ขายสินค้าได้ ก็จะมี รูปตะกร้า และ $ โผล่เป็นสีน้ำเงินขึ้นมาครับ และก็จะมีลิงค์ให้กด print shipping label ได้





คลิกเข้ามาหน้า print shipping label ก็จะเจอให้เลือกว่าจะส่งแบบไหน มันจะกำหนดมาตามที่เราระบุไว้ในรายละเอียดสินค้าของเราครับ

ให้ใส่น้ำหนักของ ใส่ปุ๊บ ระบบมันคำนวณค่าส่งให้เสร็จสรรพถูกต้องตามเรทไปรษณีษ์ยูเอส แล้วก็เลือกเครืองพิมพ์

ตรงที่ผมวงสีไว้ คือ จะให้โชว์หรือซ่อนค่าขนส่ง ผมเลือกซ่อนครับ จะใช้ได้เฉพาะส่งใน US

ถ้า ส่งต่างประเทศ ยังไงมันก็โชว์ครับ ที่ซ่อนใน US เพราะไม่อยากให้ลูกค้าเห็น ของบางชิ้นที่ขาย ก็บวกเพิ่มกำไรไปตรงส่วนค่าขนส่งนี่หร่ะครับ

แต่ไม่มากมายจนน่า เกลียดเกินไป เป็นเทคนิคที่พ่อค้าแม่ค้าก็ใช้กันทั่วไปน่ะครับ ถ้าเคยซื้อในอีเบย์ก็จะเห็น ของบางชิ้นถูกเชียว แต่ค่าส่งแพงมาก

นั่น เป็นเทคนิคหลบค่าธรรมเนียมอีเบย์ แต่ตอนนี้กฎใหม่ออกมาคือ ราคาของ+ค่าขนส่งด้วย จึงมาหักค่าธรรมเนียมจ่าย่อีเบย์ หลบบ่ ได้แล้วเด้วนี้น่ะครับ

กรอกครบ ตรวจสอบตรงช่อง mailing date ให้ดีว่าจะส่งวันไหน วันนี้หรือพรุ่งนี้ ตรงนี้ผมพลาดอยุ่บ่อยๆ แต่ถ้าพลาดก็ไป request refund คืนเงินได้ครับ

แล้วค่อยมาสั่ง print shipping label ใหม่ได้ เสร็จแล้วก็กด continue สำหรับ ส่งภายใน US ส่วน ต่างประเทศต้องไปกรอกฟอร์ม continue to customs form





สั่งพริ้น label ออกมาทางกระดาษ ส่งภายใน US หน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ ตัดตามขอบ แล้วก็แปะเทปใส ส่งได้เลย





ส่ง ต่างประเทศ จะมากรอกฟอร์มหน้านี้ก่อน ดูในช่องจำนวนสินค้าที่สั่งให้ดีๆ นะครับ เช่น 2 ชิ้น ก็คูณยอดเงินไปและแก้ยอดเงินกรอกไปใหม่ ส่วนน้ำหนัก ก็คำนวณไปตามที่เราชั่งดู





กด สั่ง pay and print ปุ๊บ ก็จะพิมพ์ออกกระดาษ A4 มา 2 แผ่น ตัดครึ่งได้ก๊อปปี้ สี่ส่วน เก็บสำเนาเป็นหลักฐานเก็บไว้กับเรา อีกสามส่วน ใส่ซองพลาสติกแปะกล่องส่งครับ





หลัง จาก พริ้น label shipping แล้ว จะมีเลข tracking usps ในรายการสินค้า ซึ่งลูกค้าก็จะเห็นเช่นกันครับ คลิกเพื่อเช็คสถานะได้ ว่าส่งถึงไหนแล้ว
ลูกค้า ได้รับหรือยัง เลขแทรคนี้สำคัญมาก ๆนะครับ ถ้าซื้อของแล้วไม่มีเลขแทรค ลูกค้าอ้างว่าไม่ได้รับของ เจอเปิดเคสมาเราแพ้อย่างเดียวเลย





และมันก็จะลิงค์ไปขึ้นเลขแทรคในเพพาวด้วยครับ ลูกค้าก็จะได้รับเมลล์แจ้งจากเพพาว อีเบย์ว่า สถานะรายการตอนนี้เราได้จัดส่งของแล้ว





การ combined shipping รวมส่งสินค้า และส่ง invoice เรียกเก็บเงินลูกค้า


combine shipping เป็นการรวมส่งของในกล่องเดียวกัน ในกรณีลูกค้าสั่งของหลายอย่าง หลายชิ้น ก็ต้องชั่งน้ำหนัก คำนวณค่าส่ง ทำ invoice เรียกเก็บเงินลูกค้า
หรือ ลูกค้าบางคน สั่งชิ้นเดียว แต่ไม่โอนเงินซักกะที อาจจะรอเราลดราคาค่าส่ง หรือไม่แน่ใจ จะจ่ายได้เลยไหม ก็กดส่ง invoice ได้เช่นกันครับ
เป็นการส่งไปบอกว่า โอนเงินได้แล้วน้าาา ไอรออยู่










ลูกค้า รายนี้ เป็นลูกค้าประจำผม จะสั่งทีเยอะ ๆ หลายรายการ คาดว่าคงสั่งเผื่อเพือนหรือ สั่งไปขายต่อ เจอแบบนี้ก็ต้อง จัดของทั้งหมดที่ลูกค้าสั่งซื้อมาลงกล่อง
แล้วชั่งน้ำหนักคำนวณว่าค่าส่งเท่าไหร่ แล้วคลิกส่ง invoice เรียกเก็บเงิน





จะ เห็นรายการรวมทั้งหมดที่ลูกค้ารายนี้สั่งเข้ามา ก็กรอก ค่าขนส่งลงไป ลูกค้าประจำรายนี้ก็ลดค่าส่งให้หน่อย จะได้มาอุดหนุนบ่อยๆ เรื่องราคา
ลูกค้าไม่ต่อรองเลย เพราะรู้ว่าเราขายถูกกว่าเจ้าอื่นๆ





ส่วน ล่าง ก็เช็คอีเมลล์แอคเค้าที่จะรับเงิน เพพาว จะส่งข้อความถึงลูกค้าด้วยก็ได้ แทงก์กิ้ว หรือบอกว่าลดให้เท่านั้นเท่านี้ก็ว่ากันไป แล้วก็กดปุ่มcombine purchases
ลูกค้าก็จะได้รับอีเมลล์แจ้งให้ชำระเงิน รวมถึงก๊อปปี้ส่งข้อความหาเราด้วย





จะเห็นว่ารายการทุกรายการ รวมกันเป็นรายการสั่งซื้อรายการเดียวแล้ว พร้อมยอดเงินทั้งหมดที่ต้องโอนจ่าย

การ ขายของออนไลน์ก็เหมือนขายของแบบมีหน้าร้านจริงๆ ลูกค้าสั่งซื้อเสร็จ ถ้ามียอดเงินโอนมาแล้ว การกด leave feedback ก็เหมือนการขอบคุณลูกค้าครับ

ผม จะขอบคุณลูกค้าก่อนทุกครั้ง ไม่ต้องรอให้ลูกค้าได้รับของ แล้วมากดให้ fb เราก่อน ผมซื้อของบ่อยๆ คนขายบางคนไม่ยอมให้ fb ขอบคุณเราก่อนเลย

บาง ที ได้รับของแล้วไปให้ fb ดี ๆ กับเค้า ยังไม่ยอมมาให้ fb กับเราเลย เงียบหาย ผมจะใช้วิธีเมลล์ไปประชดเล็กน้อย ว่าฉันให้คุณแล้วทำไมยังนิ่งเฉย

รีบกลับมาให้ fb กลับผมแทบทุกราย มารยาทไม่ดีจริงๆ จะว่าลืมก็ไม่ควรลืม fb สำคัญกับคนขายคนซื้อในอีเบย์มากนะครับ จะบอกให้





อุปกรณ์การแพคของ shipping ที่จำเป็นต้องมี









จะ เห็นซองพลาสติกที่มียางมัดอยู่ นั่นหร่ะ ครับ สำหรับใส่ customs form ส่งต่างประเทศ ซองพลาสติกจะมีกาวกะดาษแปะในตัว ลอกออกแล้วแปะกล่องได้เลยครับ


แอบเห็นเครื่องพิมเล็กๆ พริ้นสติกเกอร์ออกมาไหมครับ พริ้นตัวนี้เป็นแบบความร้อนไม่ใช้หมึก แบบที่พวกบริษัท fedex หรือ ups ใช้กันน่ะครับ ถ้ามีงบ ลงทุนหน่อย

ก็ ซื้อมาใช้จะดูดีเป็นมืออาชีพน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ และก็สะดวกรวดเร็วในการแพคของด้วยครับ ไม่ต้องมานั่งตัดกระดาษแปะเทป พริ้นสติกเกอร์ลอกแปะแป๊บเดียว

แถมคมชัด ดูดีด้วยครับ พริ้นก็อย่างไวเลย สั่งปุ๊บออกปั๊บ ไม่เกิน 5 วินาที ผมซื้อมือสองมาจากอีเบย์นี่หร่ะครับ ราคาเครืองใหม่ มันสองร้อยกว่า ผมซื้อมาร้อยนึงสภาพใหม่กิ๊ก

ใช้งานได้ไม่มีปัญหาถึงปัจจุบันนี่เลย ครับ คุ้มมากๆ พริ้นแบบนี้ใช้ได้เฉพาะ label ส่งภายใน US เท่านั้นครับ ถ้าต่างประเทศก็ต้องพิมพ์ A4 ปกติ





เพิ่งเริ่มต้น มีแค่เครื่องพิมพ์ อิ้งเจ๊ต หรือ เลเซอร์ ก็พอแล้วครับ





ลง ทุนแบบผมหน่อยก็ซื้อแบบพิมพ์ความร้อนลงสติเกอร์ครับ ใช้ประโยชน์ได้อีกอย่างก็คือ พิมพ์ที่อยุ่ลูกค้าแปะกล่อง คุ่กับแบบฟอร์มที่ใส่ในซองพลาสติกไปด้วยครับ

ไปรษณีย์จะได้ส่งถูกต้อง และอ่านชัดเจน




เตรียมพร้อมส่งแบบนี้ครับ





อาจจะสงสัยว่า แล้วน้ำหนักของจะชั่งยังไง ก็ต้อง ลงทุนซื้อเครื่องชั่งดิจิตอลเลยครับ ตัวละไม่กี่ตังค์ ก็ในอีเบย์ นี่หร่ะครับ

ส่วนม้วนสติกเกอร์ ก็ ตกม้วนละ 4 ดอล มี 1 พันแผ่น ใช้จนลืมเลยหร่ะครับ ถ้ามีพริ้นเตอร์ความร้อนนะครับ

เทปใสก็หาซื้อตามร้านขายเครื่องเขีนนสำนักงานทั่วๆไป ซื้อแบบยกแผงก็จะถูกหน่อย





กล่องและซองแบบมีเทปกาวในตัวก็เซฟเทปใสไปได้เยอะครับ





ส่วนกล่องแบบนี้ ก็ต้องใช้เทปใสแปะให้แน่นให้เรียบร้อยก่อนส่ง กระดาษขยุ้มๆ บุด้านในก็ช่วยป้องกันกระแทกไม่ให้สินค้าเสียหายครับ

ลูกค้าได้รับของก็ประทับใจ





กระดาษขยุ้มๆ ก็สั่งเอาแบบซองมากจาก Usps นั่นหร่ะครับ สัง่มาที เป็นลังมาเลยทีเดียวเชียว





ถ้าสินค้าที่ขาย ขนาดใหญ่ เกิน กล่องของ usps มีแจกให้ ก็จำเป็นต้องซื้อมาครับ ผมซื้อมาตุนไว้เลย สองสามขนาด

และที่เห็นสติกเกอร์ม้วน ๆ สีแดงเป็น แบบส่ง priority mail สีฟ้าก็ express mail ไว้แปะกล่องน้ำตาลท่ี่เราซื้อมาแพคของเองครับ

ไปรษณีย์จะได้รู้ว่าเราส่งแบบไหน





แพ คด้วยกล่องน้ำตาลขนาดใหญ่ของเราเอง ก็แปะสติกเกอร์ priority mail แปะสติกเกอร์ที่อยู่ลูกค้า พริ้นฟอร์มส่งต่างประเทศ ใส่ซองพลาสติกแปะเรียบร้อย ก็พร้อมส่ง





ของผมเยอะมาก ๆ ครับ จะล้นครัวอยู่แล้ว ที่อยุ่เป็นอพาร์ทเม้นแบบบ้านแฝดครับ





นี่ก็อีกมุมนึง





((( ขั้นตอนสำคัญเป็นหลักในการขายของในอีเบย์ นั่นคือ shipping )))










ผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการก็คือ US Postal service ย่อ ๆ ก็คือ USPS กล่องพัสสดุ ซอง ต่าง ๆแจกฟรี!! สั่งออนไลน์
ส่งถึงหน้าบ้านครับ พ่อค้าแม่ค้าไทยในอีเบย์ อิจฉาตาร้อนผ่าวๆ ไปรษณีย์เมกา แจ่มแจ๋วดีแท้ๆ ให้กล่องฟรี

ตามลิงค์นี้เลย https://shop.usps.com/webapp/wcs/stores/servlet/CategoryDisplay?catalogId=10001&storeId=10052&categoryId=10000033&langId=-1&parent_category_rn=10000002&top=&sort=&viewAll=Y

เข้า ไปดู โอ้ว มีหลายขนาดเยอะแยะมากมาย ผมเริ่มแรก สั่งมันทุกไซส์ครับ มันฟรีนี่นา ขี้เกียจจะคิดมากอ่ะนะ แห่ะๆ ข้อดีคือ เลือกสรรได้ตามใจ ในบ้านว่าจะเอาแบบไหนแพคของ


ข้อเสียคือ มันรกบ้านเกะกะไม่มีที่จะเก็บครับ สินค้าผมมันหลากหลายขนาดน่ะครับ ถ้าของปกติทั่วไป ไม่กี่อย่างก็กะเอาตามขนาดกว้างยาวกล่องแพคเกจในเว็บ usps เอาน่ะครับ

คงไม่ต้องสั่งมาทุกไซส์แบบผม ผมมันเกินไปเอง





ช่วงแรก กองๆ ไว้บนโซฟา จนไม่มีที่จะนั่ง





หลัง ๆเริ่มขยัน จัดเก็บเป็นชั้น ๆตามไซส์ หาหยิบง่าย






จะคิดค่าส่งเท่าไหร่ ยังไงดี????


ปัญหา นี้ผมก็คิดไม่ออกครับ แรก ๆที่เริ่มขาย ของขนาดนี้ค่าสงจะยังไงวุ้ย ถูกไปจะขาดทุนป่าวหว่า แพงไป ลูกค้าจะบ่น จะซื้อไหม งงดีครับ

ก็ เริ่มจากมีเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลนีห่ร่ะครับ เอาให้คล้ายๆ จำลองบ้านเราเป็นไปรษณีย์เลย เรทค่าส่ง usps คิดเป็นโซน นั่นดินะ ประเทศกว้างใหญ่ไพศาลจริง ๆ


ผมเคยไปดูในเว็บ usps งงครับ งงมาก ๆ โซนนั้นโซนนี้ เรทนั้นเรทนี้

การส่งมี 3 อย่างหลัก ๆ คือ first class mail , Priority mail , Express mail

- first class mail เหมาะสำหรับ ต้องการประหยัดค่าส่ง ส่งภายใน US ก็ไม่ช้ามากครับ ประมาณ 3-4 วันทำการ ส่งของประเภทเล็ก น้ำหนักน้อย ๆ เบาๆ
จะไปใช้กล่องแบบ priority mail ที่แจกฟรีไม่ได้นะครับ จะต้องเป็นซองหรือแพคเกจที่ซื้อมาเอง

ราคาเรทเริ่มต้นที่น้ำหนัก 1 ออนซ์ 1.75 ดอล จนถึงสูงสุดได้ 13 ออนซ์ ราคาประมาณ 3 ดอลกว่าๆ

- Priority mail เหมาะสำหรับส่งของ เน้นความรวดเร็ว ของชิ้นปานกลางถึงใหญ่ ถึงปลายทางประมาณ 2-3 วันทำการ

- Express mail คงไม่ต้องพูดถึง เร็วปรู๊ดปร๊าด วันเดียว ราคาก็แพงตามไปด้วย ไม่เคยได้ส่งแบบนี้เลยครับ


ราคาเรทต่อไปนี้ แบบส่ง ใน US แบบ Priority mail นะครับ


1. กล่องแบบ flat rate ก็ราคาคงที่ จะหนักเท่าไหร่ก็ได้ราคาเดียว

มี small 5.00 medium 10.50 large 14.20 ดูขนาดไซต์ของกล่อง ในเว็บ usps ด้านบนนะครับ

2. ซองที่ผมใช้แบบในรูปข้างบน Padded Flat Rate Envelope จะมีปุ่มพลาสติกกันกะแทกด้านใน เรทเดียวคือ 4.95

3. กล่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ flat rate ราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และโซนที่จะส่งของไป ประมาณคร่าวๆ ตามที่ผมส่งบ่อย ๆคือ

- น้ำหนักไม่เกิน 16 ออนซ์ หรือ 1 ปอนด์ ค่าส่งประมาณ 5-6 ดอล
- น้ำหนักเกิน 1 ปอนด์ -2 ปอนด์ ค่าส่งประมาณ 9-10 ดอล
- น้ำหนัก เกิน 2 ปอนด์ -3 ปอนด์ ค่าส่งประมาณ 10- 12 ดอล
- น้ำหนักเกิน 3 ปอน์ด - 4 ปอนด์ ค่าส่งประมาณ 14-15 ดอล
- น้ำหนักเกินไปกว่านี้ ประมาณ 16-20 ดอลขึ้นไป


ส่วนส่ง international น้ำหนักเป็นไปตามโซนทวีป


โซนทวีปยุโรป น้ำหนักประมาณ 1 ปอน์ด์ ค่าส่งประมาณ 27 ดอล เกิน 1 ปอนด์ขึ้นไป ก็บวกไปเลยปอนด์ละ 3 ดอล

โซนเมกซิโก แคนนาดา น้ำหนักประมาณ 1 ปอน์ด์ ค่าส่งประมาณ 23 ดอล เกิน 1 ปอนด์ขึ้นไป ก็บวกไปเลยปอนด์ละ 3 ดอล

โซน เอเชีย, ออสเตรเลีย น้ำหนักประมาณ 1 ปอน์ด์ ค่าส่งประมาณ 29 ดอล เกิน 1 ปอนด์ขึ้นไป ก็บวกไปเลยปอนด์ละ 3 ดอล

ส่ง ต่างประเทศ บวกค่าส่งถึงจะเยอะไปกว่าที่พิมพ์ label ออกมาก็ไม่เป็นไร แรก ๆอาจะเยอะเกินไปบ้าง พอหลังๆ เริ่มรุ้ก็ค่อย ๆปรับราคาค่าส่งลงมาให้พอสมควรครับ

ยังไงก็อย่าให้ขาดทุนครับ ลูกค้าเข้าใจ กำไรมันก็จะได้ตรงค่าส่งนี้ส่วนนึงหร่ะคับ แต่อย่าให้มันแพงเวอร์มากไปก็พอ นำค่าส่งนี้มาเป็นส่วนลดให้ลูกค้าก็ได้ แต่จริงๆ เราบวกเผื่อไว้เกิน

ของผม จะกำหนดไว้ว่า ถ้าสั่งชิ้นต่อไป บวกเพิ่ม 3.99 5.99 แล้วแต่น้ำหนักของสินค้านั้น ๆ



แพคของเรียบร้อย ส่งของออกให้ไวที่สุด fb ที่ดีก็จะตามมา


แพ คของเรียบร้อย เอ๊ะ จะหอบไปส่งยังไง ไปรษณีย์ก็ไม่ใช่อยู่ใกล้ๆ บ้าน ขับรถไปส่งชิ้นเดียวเนี้ยนะ จะคุ้มค่าน้ำมันรถไหมเนีย้ น้ำมันก็แพง ขึ้นเอา ๆ

อ่ะฮ่าๆๆ ปัญหานี้จะหมดไปด้วยบริการ Request Free!! Carrier Pickup ของ USPS 1 ชิ้นก็รีเควสออนไลน์ให้มารับถึงหน้าบ้านได้ครับ โอ้วมันเยี่ยมมากเลยจ๊อด

ตามลิงค์นี้เลยครับ https://carrierpickup.usps.com/cgi-bin/WebObjects/CarrierPickup.woa กรอกสมัครให้เรียบร้อย ได้ล๊อกอิน พาสเวิดก็ใช้งาน ได้ตลอดไปเลยฟรีๆๆ

ผมเป็นขาประจำใช้บริการนี้เลย เจ๊แหม่มมารับทุกเช้าประมาณ 10 โมง แต่มาหลังๆ เจ๊มาเช้าขึ้น 9 โมงครึ่ง ยังนอนนิ่งสนิท นิทราอยู่บนเตียงนุ่มสบาย เคาะก๊อกๆๆๆ จนตกใจตื่น

ลุกผึงจากที่นอน หัวฟู รีบๆ เสยผมทำทีว่าตื่นนานแล้วนะตัวเธอ แต่ผมว่าเจ๊แกก็รู้หร่ะ หน้าตาเพิ่งตื่นชัดๆ อย่ามาๆ แต่เจ๊ไปรษณีย์บ้านผมใจดี๊ใจดีมากๆ จนผมเกรงใจ

บาง วันขายดี กลางคืนนั่งแพคนั่งรอลูกค้าโอนเงิน ยันตีสองตีสาม ลูกค้าผมชอบมาดึก ๆโซน CA เกือบสิบกล่องก็มี ใหญ่ ๆทั้งนั้น รวมน้ำหนัก เกือบ 20 ปอนด์ เจ๊แก ถอยรถมาจ่อหน้าประตูเลย

เราก็รีบช่วย ๆขนขึ้นรถ





เจอ หน้ากันทุกวันๆ จนหลงรักเจ๊ไปรษณีย์ ก่อนวันวาเลนไทน์ มีฟิวทำขนมปังเนยสดเคลือบคาราเมลแสนหร่อย ใส่ถุงบอกรักเจ๊แกไป 14 feb อ่ะล้อเล่น อิอิ

ความรักไม่ใช่เฉพาะรักแบบหนุ่มสาวนี่นา เจ๊แกอายุมากแล้ว หุๆ ถัดมาอีกวันเจ๊แกชมใหญ่ว่าอร่อยจังฮู้ กู๊ดๆๆ

เมื่อ อาทิตย์ที่แล้วนี่เอง มีวันนึง เงียบกริบ ไม่มีเดอร์เข้ามาเลย ปกติผมจะมีทุกวันอย่างน้อย ๆก็ 1 เดอร์ 1 กล่อง เจ๊แกต้องมารับของไป เช้านั้นผมกะนอนยาวเลย ไม่มีของต้องส่ง

เจ๊แกมาเคาะก๊อกๆๆๆ เปิดประตู เปิดออกดู อ้าวเจ๊มา หยาๆ เอ๊ะ เมื่อคืนนอนละเมอ ตืนมารีเควสเจ๊แกมารับของตอนไหนวุ้ย จำไม่ได้ เจ๊แกก็บอก ไอมาหายู เพื่อความชัวร์ ว่าไม่มีของส่งแน่หรอวันนี้

พูดมาเป็ฯชุดเลย ปกติคุยกันไม่กี่คับ มอร์นิ่ง แทงกิ้ว บ๊ายบาย ง่วง ๆงัวเงียๆ ปะกิตมาเป็นชุด ตาสว่างเลยคร๊าบบพี่น้อง แหม เจ๊แก่น่าร๊ากที่ซู้ดดด


ยังมีต่ออีกครับ ในเรื่อง ปัญหาที่เจอกะลูกค้าแสบ ๆ กะคำถามแปลก ๆ กับ ปัญหาในบัญชี อีเบย์ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tle&month=03-06-2011&group=35&gblog=1


ที่มา little blog